และแล้ว ก็ได้ถึงเวลาซะที
เหมือนรอมานาน อยากเปลี่ยนงาน เปลี่ยนหน้าที่ของตัวเอง
สมใจหละ
จากพนักงานออฟฟิศ อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกวัน
ใช้โทรศัพท์ทั้งวัน
ติดต่อกับคนมากมาย ทั้งที่เคยเจอกัน และไม่เคยเจอกัน
มีเพื่อนร่วมงานน่ารักมากมาย
ทั้งน่าเคารพ
ทั้งน่านับถือ
ทั้งที่รัก
และ
ทั้งที่ชัง
มาทำงานกับตัวเอง มาทำงานให้ครอบครัว
มาทำงานให้คนที่เรารัก และต้องการความใส่ใจ เอาใจใส่จากเรา
มันอาจจะทำให้เราขาดสังคม ขาดเพื่อน ขาดการคบหาสมาคม
แต่เรา
ก็ได้”ครอบครัว” กลับมา
เชื่อว่า “เพื่อน” อยู่ที่ไหนก็คือ”เพื่อน” เราสามารถติดต่อ
เชื่อมต่อกันได้เสมอ
ถึงแม้ไม่ใช่สาวออฟฟิศ เปลี่ยนมาเป็น
“แม่บ้าน ถาวร”
ก็ไม่ได้ทำให้เรา ขาดสังคม ขาดสมาคม
หรือขาดเพื่อน แน่นอน
มีคนถามว่า
ออกจากงาน และจะต้องเบื่อ ต้องเหงาแน่ๆๆ
แต่แม่ไม่คิดว่าตัวเองจะว่างพอให้เจอเรื่องเหงาๆๆ หรือเรื่องเบื่อๆๆ
เพราะแม่คงทำงานตั้งแต่ 05.00 – 22.00 เต็มเวลา
คงไม่มีช่องว่างให้รู้สึก เหงา หรือ เบื่อ มันอาจเหนื่อยกว่า
ตอนที่ทำงานออฟฟิศ แต่แม่ก็จะมี “ความสุข” มากกว่า
คนที่ดีใจที่สุดที่ “ลาออก จากงาน”
คือ ศีล ดีใจที่แม่มีเวลาให้
ดีใจที่แม่จะขับรถไปรับที่ รร.
แม่ก็ดีใจ ที่ได้ทำหน้าที่ให้ลูกได้เต็มเวลาสักที
งาน ไม่ว่าทำที่ไหน
ถึงจะเป็นงานบ้าน มันก็บ้านของเรา
ทำอะไร มันก็ต้องเหนื่อยทั้งนั้น
แต่เราได้ “ความสบายใจ” กลับมา
มากมายกว่าจริงๆๆๆ
อย่างน้อยๆๆ ตอนเช้าไปส่งลูกที่ รร.
แม่ก็ไม่ต้องเร่งรีบออกมาจาก รร.ในช่วงเวลารถติดมากๆๆ
เพื่อจะเร่งรีบมาให้สแกนลงเวลา
ให้ทัน 8.30 น.
อีกต่อไป
****
